Grandprint กำลังเดินหน้าสร้างสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในสภาพแวดล้อมการผลิตงานพิมพ์แบบไฮบริดที่ล้ำหน้าที่สุดในเอเชียต่อไป หลังจากการลงทุนครั้งใหญ่ในปี 2025 กับระบบพิมพ์อิงค์เจ็ตดิจิทัล Jetfire 50 จำนวนสิบเอ็ดเครื่อง และแท่นพิมพ์ฉลากดิจิทัลอิงค์เจ็ตไฮบริด Gallus Five จำนวนสิบเครื่อง บริษัทได้เพิ่มแท่นพิมพ์ออฟเซ็ตป้อนแผ่น Speedmaster CX 92-4 จำนวนหกเครื่อง ซึ่งติดตั้ง AutoPlate Pro และระบบล้างผ้ายางอัตโนมัติ แท่นพิมพ์ใหม่เหล่านี้มุ่งเน้นไปที่ฉลากกาวในตัว โบรชัวร์ระดับพรีเมียม และงานพิมพ์เชิงพาณิชย์ในวงกว้างยิ่งขึ้น ตอกย้ำรูปแบบการผลิตที่ผสานความยืดหยุ่นของดิจิทัลเข้ากับความคุ้มค่าด้านปริมาณของออฟเซ็ต
สิ่งที่โดดเด่นในที่นี้คือความชัดเจนเชิงกลยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลังการลงทุน Grandprint ไม่ได้เลือกเพียงระหว่างดิจิทัลและระบบการพิมพ์แบบดั้งเดิม—แต่กำลังสร้างแพลตฟอร์มการผลิตแบบไฮบริดครบวงจรอย่างตั้งใจ ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายขนาด ความเร็ว และประสิทธิภาพด้านต้นทุน ประธานคุย เหวินเฟิง ถ่ายทอดทิศทางนั้นได้อย่างชัดเจน:“เทคโนโลยีจาก HEIDELBERG ไม่ว่าจะเป็นออฟเซ็ต ดิจิทัล หรือเฟล็กโซ ยังคงสร้างความประทับใจให้เราด้วยระดับของระบบอัตโนมัติและประสิทธิภาพที่สูง”ด้วยโรงงาน 4 แห่ง พนักงานมากกว่า 3,000 คน และยอดขายปี 2025 ที่ 427 ล้านยูโร Grandprint กำลังวางตำแหน่งตนเองให้อยู่ใจกลางเรื่องราวการเติบโตของฉลากในเอเชีย ซึ่งภูมิภาคนี้มีสัดส่วนอยู่แล้วถึง 42 เปอร์เซ็นต์ของตลาดฉลากแบบกาวในตัวที่ไวต่อแรงกดทั่วโลก สำหรับ HEIDELBERG นี่เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าระบบนิเวศแบบบูรณาการของออฟเซ็ต ดิจิทัล และเฟล็กโซ กำลังกลายเป็นพิมพ์เขียวสำหรับการเติบโตของเว็บทูพริ้นต์ในระดับอุตสาหกรรม
เข้าสู่ระบบ
ผู้ใช้ใหม่? สมัครสมาชิก
รีเซ็ตรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
ผู้ใช้ที่มีอยู่? เข้าสู่ระบบที่นี่
เข้าสู่ระบบที่นี่
รีเซ็ตรหัสผ่าน
กรุณากรอกที่อยู่อีเมลที่ลงทะเบียนของคุณ คุณจะได้รับลิงค์สำหรับรีเซ็ตรหัสผ่านทางอีเมล
ผู้ใช้ใหม่? สมัครสมาชิก
Currency Exchange Graph